วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การซ่อมแซมฝ้าเพดานแผ่นเรียบ

เมื่อผู้รับเหมารับงานซ่อมแซมฝ้าเพดานที่เกิดความเสียหาย ผู้รับเหมาควรทราบถึงวิธีการซ่อมแซมฝ้าเพดานอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ขั้นตอนการซ่อมแซมฝ้าเพดานที่ชำรุดเสียหายจากปัญหาคราบหยดน้ำหรือปัญหาเชื้อรามีดังต่อไปนี้
  1. ทำการยกเบรกเกอร์เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าในชั้นหรือบริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าในสายไฟที่เดินอยู่เหนือฝ้าเพดาน
  2. ในกรณีที่มีช่องเซอร์วิสอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับตำแหน่งที่ฝ้าเพดานเสียหายอาจทำการสำรวจลักษณะของโครงคร่าวฝ้าเพดานดังกล่าวเสียก่อน เพื่อให้ทราบถึงตำแหน่งโครงคร่าวและสภาพด้านบนของฝ้าเพดาน
  3. ให้ใช้คัทเตอร์ขนาดใหญ่กรีดแผ่นฝ้าเพดานตรงตำแหน่งที่เสียหาย โดยให้มีขนาดกว้างยาวอย่างน้อยประมาณ 60 x 60 เซนติเมตร หรือในบริเวณที่เสียหายทั้งหมด เพื่อสำรวจและหาสาเหตุที่มาของคราบน้ำหรือเชื้อรา หากสะดุดโครงคร่าวให้เปลี่ยนแนวตัดให้ตรงกับช่องวางของโครงคร่าวแทน
  4. หลังจากกรีดเปิดช่องฝ้าเพดาน ก่อนสิ่งอื่นใดให้ทำการสำรวจสายไฟฟ้าที่อาจกีดขวางและเป็นอันตรายต่อการทำงานและมัดรวมกันและขยับให้พ้นบริเวณดังกล่าว และเริ่มทำการสำรวจและแก้ไขสาเหตุที่มาของความชื้นที่ทำให้ฝ้าเพดานเสียหายหรือเกิดคราบเชื้อรา
    • ในกรณีของฟ้าเพดานที่ติดกับหลังคา สาเหตุความชื้นมักจะมาจากหลังคารั่วซึม ซึ่งโดยมากมักจะรั่วซึมบริเวณรอยต่อครอบสันหลังคา รางน้ำตะเข้ หรือกระเบื้องที่เผยอตัวจากแปแอ่นตัว
    • ในกรณีของฝ้าเพดานทั่วไป สาเหตุความชื้นมักจะมาจาก การรั่วซึมของข้อต่อของท่อน้ำหรือรั่วซึมจากน้ำที่ขังอยู่บนพื้นเหนือฝ้าเพดาน
  5. ในกรณีที่โครงคร่าวฝ้าเพดานได้รับความเสียหายและผุกร่อน ผู้รับเหมาควรแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบและกรีดขยายเปิดฝ้าเพดานฉาบเรียบเพิ่มเติมในส่วนที่จำเป็นเพื่อเปลี่ยนโครงคร่าวฝ้าเพดานเสียใหม่ เพื่อความปลอดภัย
  6. เมื่อแก้ไขต้นเหตุที่ทำให้ฝ้าเพดานเสียหายเสร็จเรียบร้อย ให้นำฝ้าเพดานใหม่มาตัดให้ได้รูปพอดีกับฝ้าเพดานเดิม และใช้ตะไบเหล็ก ตะไบขอบฝ้าเพดานทั้งสองส่วนให้ลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มพื้นที่ยึดเกาะสำหรับปูนฉาบ
  7. ติดตั้งฝ้าเพดานใหม่ ยึดฝ้าเพดานใหม่เข้ากับโครงคร่าว หากเป็นโคร่งคร่าวไม้ให้ยึดด้วยตะปูตอกไม้ยาว 1 – 1.5 นิ้ว หากเป็นโครงคร่าวเหล็กชุบสังกะสีให้ยึดด้วยตะปูเกลียวชนิดหัวฝังจม (23 มม.)
  8. ฉาบรอยต่อฝ้าเพดานและโป๊วปิดหัวตะปูด้วยปูนพลาสเตอร์ฉาบรายต่อ ตราช้าง
  9. หลังจากปูนพลาสเตอร์ฉาบรอยต่อแห้งให้ขัดรอยต่อด้วยกระดาษทรายให้เรียบ จากนั้นจึงลงมือทาสีให้เหมือนเดิม
ขอขอบคุณ ที่มา : http://www.trachang.co.th

เทคนิคน่ารู้เกี่ยวกับกระเบื้องมุงหลังคาและการมุงหลังคา

ช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้วฝนตกแทบทุกวันเลยผมจึงมีบนความเกี่ยวกับหลังคาและการมุงหลังคามาให้เป็นความรู็ในการดูแลรักษาหลังคาไม่ให้รั่วในหน้าฝนเช่นนี้นะครับ
โครงหลังคา

โครงหลังคาเป็นโครงสร้างที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคา โดยทำหน้าที่ยึดมุงหลังคาอย่าง เช่นกระเบื้องมุงหลังคาให้อยู่ในลักษณะที่มั่นคงแข็งแรงและเป็นระเบียบ ในขณะเดียวกันก็จะทำหน้าที่ยึดตัว หลังคา ทั้งหมดให้เชื่อมต่อกับโครงสร้างของเสาและคานของตัวบ้านอย่างแข็งแรง โครงหลังคาที่ดีนอกจากจะต้องมีการเชื่อมต่อหรือเกาะยึดอย่างแข็งแรงแล้วยังมีความคงทนต่อดินฟ้าอากาศและสภาพกาลเวลาที่ผ่านไป อีกทั้งการสร้างจะต้องกระทำอย่างประณีตและถูกต้องในแง่ของขนาดและระยะต่าง ๆ เพื่อให้แนวหลังคาที่มุงเสร็จอยู่ในลักษณะเข้าที่เรียบร้อย โครงหลังคาที่ใช้ในบ้านเรือนทั่วไปอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามวัสดุที่ใช้ กล่าวคือ
1.โครงหลังคาไม้
โครงหลังคาที่ทำด้วยไม้นิยมใช้กันมากในสมัยก่อน เพราะต้นทุนของวัสดุต่ำ ขั้นตอนการปลูกสร้าง ก็ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้เครื่องมือมาก อีกประการหนึ่งบ้านในสมัยก่อนยังนิยมปลูกเป็นบ้านไม้ การเชื่อมต่อระหว่างโครงหลังคากับโครงสร้างของเสาและคานที่ทำด้วยไม้เหมือนกันสามารถทำได้โดยสะดวก แต่ในปัจจุบันบ้านเรือนส่วนใหญ่จะปลูกเป็นตึก ประกอบกับไม้เป็นวัสดุที่หายากและมีราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะไม้คุณภาพดีที่ให้ความแข็งแรงทนทานและคงรูปก็ยิ่งหายากและมีราคาแพง นอกจากนี้ โครงหลังคาไม้ยังอาจมีปัญหาของปลวกเกิดขึ้นได้ในภายหลัง ฉะนั้นโครงหลังคาไม้จึงไม่เป็นที่นิยมทำกันในปัจจุบัน สำหรับอาคารบ้านเรือนทั่วไปที่เป็นตึก แต่ยังมีใช้กันอยู่สำหรับบ้านไม้
2. โครงหลังคาเหล็ก
โครงหลังคาที่ทำด้วยเหล็กเป็นโครงหลังคาที่นิยมใช้กันทั่วไปสำหรับอาคารบ้านเรือนใน ปัจจุบัน เพราะเหล็กเป็นวัสดุที่หาง่ายในท้องตลาด อีกทั้งมีรูปแบบและขนาดต่าง ๆ ให้เลือกมากมายเพื่อ ให้เหมาะสมกับการรับน้ำหนักและรูปทรงที่แตกต่างกันของบ้านเรือนแต่ละหลัง นอกจากนี้ เหล็กยังเป็นวัสดุ ที่ให้ความแข็งแรงและความคงรูปเป็นอย่างดี ปราศจากปัญหาเรื่องปลวก ในแง่ของความคงทนและอายุการ ใช้งานนั้นเหล็กที่ผ่านกรรมวิธีป้องกันสนิม เช่น การชุบสังกะสีหรือการเคลือบสีอย่างดีจะมีอายุการใช้งาน ยาวนานหลายสิบปีในสภาพใช้งานปกติ
ข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำโครงหลังคาและวัสดุที่ใช้ทำโครงหลังคา

1. วัสดุที่นำมาใช้จะต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยและมีขนาดตามที่ระบุไว้ในแบบ ถ้าเป็นไม้จะต้องไม่มีรอยแตกมาก ไม่บิดคดหรือโก่งงอมาก และจะต้องเป็นไม้ที่ผ่านการทาน้ำยากันปลวกเพื่อป้องกันปลวก เอาไว้แล้ว ถ้าเป็นเหล็กจะต้องไม่มีรอยสนิมและต้องเป็นเหล็กที่ผ่านกรรมวิธีการป้องกันสนิม

2. การเชื่อมต่อหรือเกาะยึดของโครงหลังคาเองก็ตามหรือระหว่างโครงหลังคากับเสาและคานของตัวบ้านก็ตามจะต้องทำอย่างมั่นคงแข็งแรงและครบถ้วนทุกจุด โดยเฉพาะโครงหลังคาที่ทำด้วยเหล็กรอยเชื่อมทุกจุดจะต้องทำอย่างแน่นหนา และต้องมีการทาสีกันสนิมเพิ่มเติมตรงรอยเชื่อมเหล่านี้ด้วยเพราะจุดเหล่านี้สามารถเกิดสนิมได้ง่าย
วัสดุมุงหลังคา

วัสดุที่ใช้มุงหลังคามีอยู่มากมายหลายแบบ วัสดุมุงหลังคาที่ทำด้วยใบจากก็ยังคงพบเห็นได้ตามชนบทซึ่งให้ความร่มเงาได้ดี แต่คุ้มกันฝนได้ไม่ดีนัก หลังคาบ้านที่ทำด้วยสังกะสีก็ยังพอพบเห็นได้บ้างเนื่องจากปลูกสร้างง่าย น้ำหนักเบา และมีราคาถูก แต่จะมีปัญหาเรื่องความร้อนเมื่อถูกแสงแดดและมีเสียงดัง เมื่อฝนตก สำหรับวัสดุมุงหลังคาที่ใช้กันมากในปัจจุบันจะทำด้วยกระเบื้องเป็นส่วนใหญ่เพราะให้ความสวย งาม คงทน ไม่ติดไฟ และคุ้มแดดคุ้มฝนได้เป็นอย่างดี กระเบื้องมุงหลังคาที่นิยมใช้กับอาคารบ้านเรือนทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา ( concrete roofing tile )

กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา ซึ่งมักจะเรียกกันทั่วไปว่ากระเบื้องโมเนีย เป็นกระเบื้องมุงหลังคา ที่นิยมใช้กันมากโดยเฉพาะบ้านอยู่อาศัยเพราะมีความแข็งแรง ป้องกันความร้อนได้ดี เสียงไม่ดังเวลาฝนตก ให้ความสวยงามเพราะมีให้เลือกหลายสี แต่มีข้อเสียอยู่บ้างคือมีน้ำหนักมากและราคาแพงกว่ากระเบื้องมุง หลังคาชนิดอื่น

2. กระเบื้องซีเมนต์ใยหินมุงหลังคา ( asbestos cement roofing tile )

กระเบื้องซีเมนต์ใยหินมุงหลังคา ซึ่งมักจะเรียกกันทั่วไปว่ากระเบื้องลอนคู่ หรือกระเบื้องลูก ฟูกลอนเล็ก เป็นกระเบื้องมุงหลังคาที่นิยมใช้กันมากเช่นกัน มีความแข็งแรงและสวยงามน้อยกว่ากระเบื้องคอนกรีต แต่มีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า มักใช้กับบ้านอยู่อาศัยที่ต้องการประหยัด และเนื่องจากการที่มีน้ำหนักเบากระเบื้องชนิดนี้สามารถใช้กับโครงสร้างของหลังคาขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างๆได้ เช่น อาคารโรงงาน กระเบื้องชนิดนี้มีขนาดของลอนให้เลือก 2 ขนาดคือ ลอนขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่ากระเบื้องลอนคู่ และลอนขนาดเล็กหรือที่เรียกว่ากระเบื้องลูกฟูกลอนเล็ก นอกจากนี้ยังมีวัสดุมุงหลังคาแบบอื่นอีกที่ผลิตขึ้นเพื่อเน้นคุณสมบัติเฉพาะตัวหรือเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษในการใช้งาน เช่น หลังคาพลาสติกใสเพื่อให้แสงสว่างสามารถผ่านเข้าไปในตัวอาคารได้ หลังคากระเบื้องดินเผาเพื่อเน้นศิลปะเฉพาะตัวแบบโบราณ หรือหลังคาเหล็กเคลือบสีเพื่อลดน้ำหนักของโครงสร้าง เป็นต้น ซึ่งวัสดุมุงหลังคาเหล่านี้มักมีที่ใช้เฉพาะด้านจึงไม่ค่อยพบเห็นกันมากนัก
เทคนิคน่ารู้เกี่ยวกับกระเบื้องมุงหลังคาและการมุงหลังคา
กระเบื้องที่ใช้มุงหลังคาจะต้องอยู่ในสภาพที่ดีไม่มีรอยแตกหักหรือชำรุดอันอาจเป็นสาเหตุให้ เกิดการรั่วซึมได้ในภายหลัง

การผูกยึดแผ่นกระเบื้องเข้ากับโครงหลังคาจะต้องทำให้ครบถ้วนตามหลักเพื่อให้การเกาะยึด ของ แผ่นกระเบื้องมีความมั่นคง เรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้ควรหาโอกาสสอบถามหรือพูดคุยกับผู้ควบคุมงานหรือ ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับการมุงหลังคาเพราะบางครั้งการผูกยึดกระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องโมเนีย อาจทำการ ผูกยึดเป็นแนวสลับแนวเพื่อให้สามารถถอดกระเบื้องออกได้ในภายหลังเวลาที่ต้องการเปลี่ยนหรือซ่อมแซม แต่ ถ้าเป็นหลังคาที่มีความชันมากเกินกว่า 45 องศา อาจจำเป็นต้องผูกยึดทุกแนวเพื่อป้องกันไม่ให้กระเบื้อง เลื่อนหล่นลงมาเป็นต้น

การวางแนวกระเบื้องควรจะวางเป็นแนวตรงสวยงามไม่คดเป็นงูเลี้อยซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้กระ เบื้องแตกชำรุดได้ง่าย เนื่องจากการวางซ้อนกันไม่สนิททำให้กระเบื้องแต่ละแผ่นขาดความสมดุลใน การกระจายน้ำหนัก สำหรับกระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องโมเนียการวางกระเบื้องในแต่ละแถวที่อยู่ติดกันควรจะสลับแนวรอยต่อกันเพื่อป้องกันมิให้น้ำฝนไหลซึมเข้าตามร่องได้โดยง่ายและความชันของหลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องชนิดนี้ไม่ควรต่ำกว่า 20 องศาโดยมีระยะทับซ้อนของกระเบื้องแผ่นบนและล่างอยู่ในช่วง 7-10 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลย้อนขึ้นตามร่องที่กระเบื้องวางซ้อนกัน

ในกรณีที่เป็นกระเบื้องคอนกรีตจะต้องมีการก่อปูนทรายเพื่อครอบรอยต่อของหลังคาตามแนวสันของหลังคา การครอบกระเบื้องตามรอยต่อจะต้องทำอย่างประณีต เพราะจุดเหล่านี้จะเป็นจุดอ่อน ถ้าทำไม่ดีหรือมีรอยแตกจะทำให้น้ำฝนรั่วไหลลงไปได้ และการซ่อมแซมก็มักจะทำได้ลำบากเนื่องจากอยู่ ในที่สูง นอกจากนี้ การปีนขึ้นไปซ่อมหลังคาบางจุด ถ้าช่างซ่อมขาดความระมัดระวังหรือไม่ชำนาญพอก็ อาจทำให้หลังคาจุดอื่นแตกชำรุดได้อีก

หลังคาที่อยู่ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นส่วนที่ถูกแสงแดดมากและเกิดความร้อนภายในห้องตรงบริเวณ ที่หลังคานั้นครอบคลุมอยู่ หากต้องการใช้วัสดุกันความร้อนเพื่อลดความร้อนดังกล่าวก็ควรจะปรึกษากับผู้ ออกแบบหรือกับผู้รับเหมาและระบุไว้ตั้งแต่แรก เพราะวัสดุป้องกันความร้อนบางชนิดจะต้องปูแนบกับตัวกระเบื้องมุงหลังคาเพื่อที่ช่างมุงหลังคาจะได้ปูวัสดุป้องกันความร้อนไปพร้อม ๆ กันกับขั้นตอนของการมุงหลัง คาเลยทีเดียว ไม่ต้องหาวิธีแก้ไขในภายหลัง

ในกรณีที่ใช้กระเบื้องลอนคู่หรือกระเบื้องลูกฟูกลอนเล็กมุงหลังคา การเรียงต่อของแผ่นกระ เบื้องตรงแนวลอนจะต้องทาบลอนซ้อนกัน ถ้าเป็นไปได้ก่อนการมุงกระเบื้องควรจะดูทิศทางของลมฝนก่อน เวลามุงกระเบื้องจะได้ซ้อนกระเบื้องตรงแนวลอนได้ถูกทิศทาง โดยให้แผ่นที่ซ้อนทับลอนด้านบนอยู่เหนือ ลมฝนเพื่อป้องกันมิให้ฝนสาดเข้าตรงรอยต่อดังกล่าว และหลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องชนิดนี้ควรมีความชันไม่ น้อยกว่า 10 องศา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลย้อนขึ้นตามร่องกระเบื้องที่วางซ้อนกัน
 
ขอขอบคุณข้อมูล รับทำโครงหลังคา : nucifer.com

เทคนิคน่ารู้เกี่ยวกับกระเบื้องมุงหลังคาและการมุงหลังคา

ช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้วฝนตกแทบทุกวันเลยผมจึงมีบนความเกี่ยวกับหลังคาและการมุงหลังคามาให้เป็นความรู็ในการดูแลรักษาหลังคาไม่ให้รั่วในหน้าฝนเช่นนี้นะครับ
  • โครงหลังคา
โครงหลังคาเป็นโครงสร้างที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคา โดยทำหน้าที่ยึดมุงหลังคาอย่าง เช่นกระเบื้องมุงหลังคาให้อยู่ในลักษณะที่มั่นคงแข็งแรงและเป็นระเบียบ ในขณะเดียวกันก็จะทำหน้าที่ยึดตัว ทั้งหมดให้เชื่อมต่อกับโครงสร้างของเสาและคานของตัวบ้านอย่างแข็งแรง โครงหลังคาที่ดีนอกจากจะต้องมีการเชื่อมต่อหรือเกาะยึดอย่างแข็งแรงแล้วยังมีความคงทนต่อดินฟ้าอากาศและสภาพกาลเวลาที่ผ่านไป อีกทั้งการสร้างจะต้องกระทำอย่างประณีตและถูกต้องในแง่ของขนาดและระยะต่าง ๆ เพื่อให้แนวหลังคาที่มุงเสร็จอยู่ในลักษณะเข้าที่เรียบร้อย โครงหลังคาที่ใช้ในบ้านเรือนทั่วไปอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามวัสดุที่ใช้ กล่าวคือ
1.โครงหลังคาไม้

โครงหลังคาที่ทำด้วยไม้นิยมใช้กันมากในสมัยก่อน เพราะต้นทุนของวัสดุต่ำ ขั้นตอนการปลูกสร้าง ก็ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้เครื่องมือมาก อีกประการหนึ่งบ้านในสมัยก่อนยังนิยมปลูกเป็นบ้านไม้ การเชื่อมต่อระหว่างโครงหลังคากับโครงสร้างของเสาและคานที่ทำด้วยไม้เหมือนกันสามารถทำได้โดยสะดวก แต่ในปัจจุบันบ้านเรือนส่วนใหญ่จะปลูกเป็นตึก ประกอบกับไม้เป็นวัสดุที่หายากและมีราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะไม้คุณภาพดีที่ให้ความแข็งแรงทนทานและคงรูปก็ยิ่งหายากและมีราคาแพง นอกจากนี้ โครงหลังคาไม้ยังอาจมีปัญหาของปลวกเกิดขึ้นได้ในภายหลัง ฉะนั้นโครงหลังคาไม้จึงไม่เป็นที่นิยมทำกันในปัจจุบัน สำหรับอาคารบ้านเรือนทั่วไปที่เป็นตึก แต่ยังมีใช้กันอยู่สำหรับบ้านไม้
2.โครงหลังคาเหล็ก
โครงสร้างหลังคา
โครงหลังคาที่ทำด้วยเหล็กเป็นโครงหลังคาที่นิยมใช้กันทั่วไปสำหรับอาคารบ้านเรือนใน ปัจจุบัน เพราะเหล็กเป็นวัสดุที่หาง่ายในท้องตลาด อีกทั้งมีรูปแบบและขนาดต่าง ๆ ให้เลือกมากมายเพื่อ ให้เหมาะสมกับการรับน้ำหนักและรูปทรงที่แตกต่างกันของบ้านเรือนแต่ละหลัง นอกจากนี้ เหล็กยังเป็นวัสดุ ที่ให้ความแข็งแรงและความคงรูปเป็นอย่างดี ปราศจากปัญหาเรื่องปลวก ในแง่ของความคงทนและอายุการ ใช้งานนั้นเหล็กที่ผ่านกรรมวิธีป้องกันสนิม เช่น การชุบสังกะสีหรือการเคลือบสีอย่างดีจะมีอายุการใช้งาน ยาวนานหลายสิบปีในสภาพใช้งานปกติ
ข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำโครงหลังคาและวัสดุที่ใช้ทำโครงหลังคา
1. วัสดุที่นำมาใช้จะต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยและมีขนาดตามที่ระบุไว้ในแบบ ถ้าเป็นไม้จะต้องไม่มีรอยแตกมาก ไม่บิดคดหรือโก่งงอมาก และจะต้องเป็นไม้ที่ผ่านการทาน้ำยากันปลวกเพื่อป้องกันปลวก เอาไว้แล้ว ถ้าเป็นเหล็กจะต้องไม่มีรอยสนิมและต้องเป็นเหล็กที่ผ่านกรรมวิธีการป้องกันสนิม
2. การเชื่อมต่อหรือเกาะยึดของโครงหลังคาเองก็ตามหรือระหว่างโครงหลังคากับเสาและคานของตัวบ้านก็ตามจะต้องทำอย่างมั่นคงแข็งแรงและครบถ้วนทุกจุด โดยเฉพาะโครงหลังคาที่ทำด้วยเหล็กรอยเชื่อมทุกจุดจะต้องทำอย่างแน่นหนา และต้องมีการทาสีกันสนิมเพิ่มเติมตรงรอยเชื่อมเหล่านี้ด้วยเพราะจุดเหล่านี้สามารถเกิดสนิมได้ง่าย
  • วัสดุมุงหลังคา
วัสดุที่ใช้มุงหลังคามีอยู่มากมายหลายแบบ วัสดุมุงหลังคาที่ทำด้วยใบจากก็ยังคงพบเห็นได้ตามชนบทซึ่งให้ความร่มเงาได้ดี แต่คุ้มกันฝนได้ไม่ดีนัก หลังคาบ้านที่ทำด้วยสังกะสีก็ยังพอพบเห็นได้บ้างเนื่องจากปลูกสร้างง่าย น้ำหนักเบา และมีราคาถูก แต่จะมีปัญหาเรื่องความร้อนเมื่อถูกแสงแดดและมีเสียงดัง เมื่อฝนตก สำหรับวัสดุมุงหลังคาที่ใช้กันมากในปัจจุบันจะทำด้วยกระเบื้องเป็นส่วนใหญ่เพราะให้ความสวย งาม คงทน ไม่ติดไฟ และคุ้มแดดคุ้มฝนได้เป็นอย่างดี กระเบื้องมุงหลังคาที่นิยมใช้กับอาคารบ้านเรือนทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา ( concrete roofing tile )
กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา ซึ่งมักจะเรียกกันทั่วไปว่ากระเบื้องโมเนีย เป็นกระเบื้องมุงหลังคา ที่นิยมใช้กันมากโดยเฉพาะบ้านอยู่อาศัยเพราะมีความแข็งแรง ป้องกันความร้อนได้ดี เสียงไม่ดังเวลาฝนตก ให้ความสวยงามเพราะมีให้เลือกหลายสี แต่มีข้อเสียอยู่บ้างคือมีน้ำหนักมากและราคาแพงกว่ากระเบื้องมุง หลังคาชนิดอื่น
2. กระเบื้องซีเมนต์ใยหินมุงหลังคา ( asbestos cement roofing tile )
กระเบื้องซีเมนต์ใยหินมุงหลังคา ซึ่งมักจะเรียกกันทั่วไปว่ากระเบื้องลอนคู่หรือกระเบื้องลูก ฟูกลอนเล็ก เป็นกระเบื้องมุงหลังคาที่นิยมใช้กันมากเช่นกัน มีความแข็งแรงและสวยงามน้อยกว่ากระเบื้องคอนกรีต แต่มีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า มักใช้กับบ้านอยู่อาศัยที่ต้องการประหยัด และเนื่องจากการที่มีน้ำหนักเบากระเบื้องชนิดนี้สามารถใช้กับโครงสร้างของหลังคาขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างๆได้ เช่น อาคารโรงงาน กระเบื้องชนิดนี้มีขนาดของลอนให้เลือก 2 ขนาดคือ ลอนขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่ากระเบื้องลอนคู่ และลอนขนาดเล็กหรือที่เรียกว่ากระเบื้องลูกฟูกลอนเล็ก นอกจากนี้ยังมีวัสดุมุงหลังคาแบบอื่นอีกที่ผลิตขึ้นเพื่อเน้นคุณสมบัติเฉพาะตัวหรือเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษในการใช้งาน เช่น หลังคาพลาสติกใสเพื่อให้แสงสว่างสามารถผ่านเข้าไปในตัวอาคารได้ หลังคากระเบื้องดินเผาเพื่อเน้นศิลปะเฉพาะตัวแบบโบราณ หรือหลังคาเหล็กเคลือบสีเพื่อลดน้ำหนักของโครงสร้าง เป็นต้น ซึ่งวัสดุมุงหลังคาเหล่านี้มักมีที่ใช้เฉพาะด้านจึงไม่ค่อยพบเห็นกันมากนัก
  • เทคนิคน่ารู้เกี่ยวกับกระเบื้องมุงหลังคาและการมุงหลังคา

  1. กระเบื้องที่ใช้มุงหลังคาจะต้องอยู่ในสภาพที่ดีไม่มีรอยแตกหักหรือชำรุดอันอาจเป็นสาเหตุให้ เกิดการรั่วซึมได้ในภายหลัง
  2. การผูกยึดแผ่นกระเบื้องเข้ากับโครงหลังคาจะต้องทำให้ครบถ้วนตามหลักเพื่อให้การเกาะยึด ของ แผ่นกระเบื้องมีความมั่นคง เรื่องนี้ถ้าเป็นไปได้ควรหาโอกาสสอบถามหรือพูดคุยกับผู้ควบคุมงานหรือ ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับการมุงหลังคาเพราะบางครั้งการผูกยึดกระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องโมเนีย อาจทำการ ผูกยึดเป็นแนวสลับแนวเพื่อให้สามารถถอดกระเบื้องออกได้ในภายหลังเวลาที่ต้องการเปลี่ยนหรือซ่อมแซม แต่ ถ้าเป็นหลังคาที่มีความชันมากเกินกว่า 45 องศา อาจจำเป็นต้องผูกยึดทุกแนวเพื่อป้องกันไม่ให้กระเบื้อง เลื่อนหล่นลงมาเป็นต้น
  3. การวางแนวกระเบื้องควรจะวางเป็นแนวตรงสวยงามไม่คดเป็นงูเลี้อยซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้กระ เบื้องแตกชำรุดได้ง่าย เนื่องจากการวางซ้อนกันไม่สนิททำให้กระเบื้องแต่ละแผ่นขาดความสมดุลใน การกระจายน้ำหนัก สำหรับกระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องโมเนียการวางกระเบื้องในแต่ละแถวที่อยู่ติดกันควรจะสลับแนวรอยต่อกันเพื่อป้องกันมิให้น้ำฝนไหลซึมเข้าตามร่องได้โดยง่ายและความชันของหลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องชนิดนี้ไม่ควรต่ำกว่า 20 องศาโดยมีระยะทับซ้อนของกระเบื้องแผ่นบนและล่างอยู่ในช่วง 7-10 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลย้อนขึ้นตามร่องที่กระเบื้องวางซ้อนกัน
  4. ในกรณีที่เป็นกระเบื้องคอนกรีตจะต้องมีการก่อปูนทรายเพื่อครอบรอยต่อของหลังคาตามแนวสันของหลังคา การครอบกระเบื้องตามรอยต่อจะต้องทำอย่างประณีต เพราะจุดเหล่านี้จะเป็นจุดอ่อน ถ้าทำไม่ดีหรือมีรอยแตกจะทำให้น้ำฝนรั่วไหลลงไปได้ และการซ่อมแซมก็มักจะทำได้ลำบากเนื่องจากอยู่ ในที่สูง นอกจากนี้ การปีนขึ้นไปซ่อมหลังคาบางจุด ถ้าช่างซ่อมขาดความระมัดระวังหรือไม่ชำนาญพอก็ อาจทำให้หลังคาจุดอื่นแตกชำรุดได้อีก
  5. หลังคาที่อยู่ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นส่วนที่ถูกแสงแดดมากและเกิดความร้อนภายในห้องตรงบริเวณ ที่หลังคานั้นครอบคลุมอยู่ หากต้องการใช้วัสดุกันความร้อนเพื่อลดความร้อนดังกล่าวก็ควรจะปรึกษากับผู้ ออกแบบหรือกับผู้รับเหมาและระบุไว้ตั้งแต่แรก เพราะวัสดุป้องกันความร้อนบางชนิดจะต้องปูแนบกับตัวกระเบื้องมุงหลังคาเพื่อที่ช่างมุงหลังคาจะได้ปูวัสดุป้องกันความร้อนไปพร้อม ๆ กันกับขั้นตอนของการมุงหลัง คาเลยทีเดียว ไม่ต้องหาวิธีแก้ไขในภายหลัง
  6. ในกรณีที่ใช้กระเบื้องลอนคู่หรือกระเบื้องลูกฟูกลอนเล็กมุงหลังคา การเรียงต่อของแผ่นกระ เบื้องตรงแนวลอนจะต้องทาบลอนซ้อนกัน ถ้าเป็นไปได้ก่อนการมุงกระเบื้องควรจะดูทิศทางของลมฝนก่อน เวลามุงกระเบื้องจะได้ซ้อนกระเบื้องตรงแนวลอนได้ถูกทิศทาง โดยให้แผ่นที่ซ้อนทับลอนด้านบนอยู่เหนือ ลมฝนเพื่อป้องกันมิให้ฝนสาดเข้าตรงรอยต่อดังกล่าว และหลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องชนิดนี้ควรมีความชันไม่ น้อยกว่า 10 องศา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลย้อนขึ้นตามร่องกระเบื้องที่วางซ้อนกัน
ขอขอบคุณ ที่มา : http://www.nucifer.com

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อุปกรณ์หลังคา และความรู้เรื่องหลังคาที่ต้องรู้

อุปกรณ์หลังคา และความรู้เรื่องหลังคาที่ต้องรู้

ว่ากันเรื่องหลังคามี รายละเอียดพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง อุปกรณ์ ฉนวนกันความร้อน แผ่นสะท้อนความร้อน ใครที่กำลังปลูกบ้านอยู่และซื้ออุปกรณ์เองคงจะต้อง ปวดหัวพอสมควร กับรายละเอียดพวกนี้ เพราะมีให้เลือก เยอะแยะมากมาย มาดูกันนะครับเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อ
กระเบื้อง C-PAC Monier เป็นกระเบื้องซีเมนต์ เคลือบสี
หนัก 3.5 kg/แผ่น เพราะฉะนั้นโครงหลังคาจะต้องแข็งแรง พอสมควร แต่ราคา ถูก มีให่เลือกหลายสี แล้วแต่ชอบนะครับ



ยังมีอุปกรณ์ อื่นๆ อีก



มาดูรายละเอียด ที่จะต้องสั่งซื้ออุปกรณ์หลังคา
ราคานี้เป็นราคาที่ ร้านค้าเสนอมา นะครับไว้เป็นข้อมูล





ชื่อเรียกอุปกรณ์ และรูป


ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=khon-ratchaburi&month=11-2011&date=26&group=2&gblog=15

ชนิดของวัสดุมุงหลังคา

ชนิดของวัสดุมุงหลังคา
1.วัสดุมุงหลังคาชนิดแผ่นกระเบื้อง สามารถแบ่งออกได้เป็น



- กระเบื้องดินเผา เป็นวัสดุธรรมชาติใช้เป็นวัสดุมุงหลังคากันมาแต่โบราณปัจจุบันใช้มุงหลังคาที่ต้องการโชว์หลังคาเช่น บ้านทรงไทย โบสถ์ วิหารกระเบื้องชนิดนี้ใช้มุงหลังคาที่มีความลาดเอียงมากๆ เพราะมีโอกาสจะรั่วได้
- กระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องซีเมนต์ วัสดุมุงหลังคาชนิดนี้มีความแข็งแรงและสวยงามแต่มีราคาค่อนค้างแพง และมีน้ำหนักมาก ทำให้โครงหลังคาที่จะมุงด้วยกระเบื้องชนิดนี้ต้องแข็งแรงขึ้นเพื่อรับน้ำหนักวัสดุมุงหลังคา กระเบื้องซีเมนต์มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันคือ กระเบื้องสี่เหลียมขนมเปียกปูน ขนาดเล็กที่ใช้มุงกับหลังคาที่มีความลาดเอียงตั้งแต่ 30-45 องศา ส่วนอีกชนิดนั้นเป็นกระเบื้องที่เรียกกันว่า กระเบื้องโมเนียร์ซึ่งสามารถมุงหลังคาในความชันตั้งแต่ 17 องศา
- กระเบื้องซีเมนต์ใยหิน หรือกระเบื้องเอสเบสทอสซีเมนต์ กระเบื้องชนิดนี้มีคุณสมบัติกันไฟ และเป็นฉนวนป้องกันความร้อน มีราคาไม่แพงและมุงหลังคาที่มีความลาดชันตั้งแต่ 10 องศา มีทั้งขนาดที่ใช้กับบ้านพักอาศัย และอาคารขนาดใหญ่กว่า
- กระเบื้องลอนคู่ระบายน้ำได้ดีกว่ากระเบื้องลูกฟูกเนื่องจากมีลอนที่ลึกและกว้างกว่า จึงนิยมใช้มุงหลังคามากกว่า
- กระเบื้องคอนกรีตแผ่นเรียบ หรือเรียกว่าแผ่นชิงเกิ้ล มีความสวยงามเพราะผิวกระเบื้องมีความเนียนเรียบ

2.วัสดุมุงหลังคาโลหะ (Metal Sheet) หรือหลังคาเหล็กรีด ทำจากแผ่นเหล็กอาบสังกะสีดัดเป็นลอน เคลือบสี จะมีรอยต่อน้อย สามารถรีดเป็นแผ่นยาวตลอดได้  จึงลดปัญหาการรั่วซึม นิยมใช้ในการมุงหลังคาขนาดใหญ่เพิ่มสีสันให้กับอาคารสมัยใหม่ เพราะให้ความรู้สึกบางเรียบ และสามารถดัดทำหลังคาโค้งได้สะดวก แต่วัสดุชนิดนี้มีปัญหาเรื่องความร้อน เนื่องจากหลังคาโลหะกันความร้อนได้น้อยมาก และมีปัญหาเรื่องเสียงในเวลาฝนตก


นอกจากนั้นยังมีวัสดุอื่น เช่น พลาสติกหรือไพเบอร์ที่เป็นแผ่นโปร่งใสทำเป็นรูปร่างเหมือนกระเบื้องชนิดต่างๆ เพื่อใช้มุงกับกระเบื้องเหล่านั้น ในบริเวณที่ต้องการแสงสว่าง และวัสดุประเภททองแดงหรือแผ่นตะกั่ว เป็นต้น

ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา...ในเมืองร้อนแบบประเทศไทย ฉนวนกันความร้อนเป็นสิ่งหนึ่งที่คงจะขาดไม่ได้เลย เพราะนอกจากจะบรรเทาความร้อนที่จะส่งเข้าสู่บ้านคุณแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย ฉนวนกันความร้อนที่มีในบ้านเรานั้น มีดังนี้ค่ะ
1.แผ่นเงาสะท้อนความร้อนเป็นแผ่นบางๆมันวาว เช่น พวกอลูมินั่มฟลอยส์ ทำหน้าที่หลักคือ การสะท้อนรังสีความร้อนไม่ให้เข้ามาในบ้านเรา มักจะติดไว้ใต้หลังคากระเบื้อง  โดยแผ่นฟรอยด์จะทำหน้าที่สะท้อนความร้อนที่แผ่ ลงมาจากกระเบื้อง ไม่ให้ผ่านมายังตัวห้อง ซึ่งจะทำให้ห้องเย็นและสามารถประหยัดแอร์ได้ด้วย
2. แผ่นยิปซั่มบอร์ด เป็นแผ่นบางๆ ใช้กั้นผนังหรือทำฝ้าเพดาน บางแผ่นก็ติดแผ่นสะท้อนความร้อนเข้าไปด้วย แผ่นยิปซั่มบอร์ดนี้จะป้องกันการนำความร้อนได้ 
3. ใยแก้ว เป็นฉนวนกันความร้อนอีกตัวหนึ่ง มีลักษณะเป็นแผ่นฟูโปร่งด้วยเส้นใย สีเหลืองหรือสีขาว บางอย่าง จะมีแผ่นเงาสะท้อนรังสีความร้อนหุ้มอยู่ด้วย ความหนาโดยประมาณ ๒ - ๔ นิ้วฟุต น้ำหนักเบา ป้องกันความร้อนได้ดีมาก ติดตั้งง่าย โดยใช้ติดตั้งทั้งที่ฝ้า เพดานและผนัง 
4. สารจำพวกโพลียูรีเทนโฟม ที่ฉีดไปที่ผิววัสดุหลังคาเลย ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่นอกจากจะช่วยกันความร้อนแล้วยังช่วยกันเสียงและกันสนิมให้วัสดุที่เป็นเหล็กอีกด้วย


การเลือกหลังคาให้เหมาะสมกับบ้านของคุณต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างนะคะ ทั้งสภาพอากาศ ความแข็งแรงทนทาน  ความปลอดภัย ความสวยงามกลมกลืนและงบประมาณ รวมไปถึงการประหยัดพลังงาน ช่วยไม่ให้โลกร้อนขึ้น อย่าลืมว่าคุณภาพและภาพลักษณ์ต้องมาคู่กันนะคะ สิ่งที่ได้มาจึงจะคุ้มค่ากับที่คุณลงทุนไป ไม่ใช่สวยแค่รูปแต่ต้องจูบหอมด้วยค่ะ...

ประเภทของหลังคา

 
ความรู้เด็ดกับประเภทหลังคาบ้าน - ไอเดีย - หลังคาบ้าน - การออกแบบในบรรดาส่วนประกอบของบ้านอีกส่วนหนึ่ง ที่สำคัญไม่แพ้ส่วนประกอบอื่นใดเลย และน่าจะเป็นส่วนที่อยู่กับบ้านของเรายาวนานที่สุด รวมไปถึงอาจต้องให้ความสำคัญเพื่อมิให้ก่อปัญหาภายหลังมากที่สุด ก็เห็นจะเป็น หลังคาบ้าน นี่ล่ะนะคะ





วันนี้เราจึงขอนำเสนอ สาระความรู้เรื่อง หลังคาบ้าน มาฝาก มาดูกันคะ ว่าหลังคาบ้านของเราแบ่งได้เป็นกี่ประเภท และแต่ละแบบแต่ละประเภทเหมาะกับบ้านของเราแค่ไหน ^^

ประเภทของหลังคา


1.หลังคาแบน (flat roof)
หลังคาแบนโดยมากจะทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กค่ะ (บางคนเรียกหลังคาดาดฟ้า) จัดเป็นสไตล์อินเตอร์เนชั่นแนล หลังคาประเภทนี้ เมื่อทำด้วยคอนกรีตก็จะสะสมความร้อนไว้มาก ทำให้คายความร้อนออกมาในช่วงที่อากาศเย็นลง มากกว่าหลังคาที่มุงด้วย กระเบื้องดินเผาและกระเบื้องคอนกรีต เมื่อถึงเวลากลางคืน จะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนอบอ้าว
และหลังคาที่แบนจะมีความลาดเอียงน้อย น้ำฝนจึงมักขังอยู่บนหลังคาได้ง่าย ทำให้เกิดการรั่วซึมอยู่บ่อยๆ จึงไม่เป็นที่นิยมสำหรับบ้านเรือนที่พักอาศัย

ความรู้เด็ดกับประเภทหลังคาบ้าน - ไอเดีย - หลังคาบ้าน - การออกแบบ

2.หลังคาจั่ว (gable roof)
เป็นหลังคาบ้านที่เราเห็นคุ้นตาอยู่โดยทั่วไปในเมืองไทยอ่ะนะคะ เป็นรูปทรงที่มีมานาน และยังสืบทอดต่อ ๆ กันมา ตั้งแต่สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา
เพราะหลังคาจั่ว เป็นหลังคาที่มีรูปทรงที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศอย่างบ้านเราค่ะ เนื่องจากบ้านเรามีฝนตกชุก หลังคาจั่ว สามารถระบายน้ำฝนออกไปได้เร็ว นอกจากนั้นยังป้องกันแดดได้ดี เพราะมีชายคายื่นออกไปทั้งสองด้าน
ความรู้เด็ดกับประเภทหลังคาบ้าน - ไอเดีย - หลังคาบ้าน - การออกแบบ

3.หลังคาทรงปั้นหยา (hip roof)
หลังคาทรงนี้ ต่างจากหลังคาจั่วตรงที่สามารถยื่นชายคาเพื่อบังแดดและฝนได้ทั้งสี่ด้าน แต่ความชันของหลังคาปั้นหยามีน้อยกว่าหลังคาจั่ว การระบายน้ำฝนและการป้องกันการรั่วซึมจึงค่อนข้างจะเสียเปรียบหลังคาจั่ว เพราะมีรอยต่อของหลังคามากกว่า
ความรู้เด็ดกับประเภทหลังคาบ้าน - ไอเดีย - หลังคาบ้าน - การออกแบบ

4.หลังคาเพิงหมาแหงน (LEAN TO)
เป็นหลังคาที่ยกให้อีกด้านสูงกว่าอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้ เหมาะสมสำหรับบ้านขนาดเล็ก เนื่องจากก่อสร้างง่าย รวดเร็ว ราคาประหยัด แต่ต้องระวังให้หลังคามีองศาความลาดเอียงมากพอ ที่จะระบายน้ำฝนออกได้ทัน ไม่ไหลย้อนซึมกลับเข้ามาได้ โดยอาจพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น ความชันจากขนาดของหลังคา วัสดุมุงหลังคา และระยะซ้อนของหลังคา เป็นต้น ในกรณีที่มีโอกาสหรือความเสี่ยงที่น้ำฝนจะไหลย้อนซึมเข้ามาได้ ก็ควรใช้ความลาดชันมากขึ้นตามลำดับ เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้รวดเร็วขึ้น
ความรู้เด็ดกับประเภทหลังคาบ้าน - ไอเดีย - หลังคาบ้าน - การออกแบบ

 5.หลังคาแบบผีเสื้อ (BUTTERFLY)
หลังคาชนิดนี้ประกอบด้วยหลังคาเพิงหมาแหงน 2 หลังหันด้านที่ต่ำกว่ามาชนกันค่ะ ไม่ค่อยเหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุกแบบเมืองไทยสักเท่าไร เนื่องจากต้องมีรางน้ำที่รองรับน้ำฝนจากหลังคาทั้ง 2 ด้าน ทำให้รางน้ำมีโอกาศรั่วซึมได้สูง จึงไม่เป็นที่นิยมสร้างกันมากนัก ยกเว้นอาคารที่ต้องการลักษณะเฉพาะพิเศษที่แปลกตาออกไป
ความรู้เด็ดกับประเภทหลังคาบ้าน - ไอเดีย - หลังคาบ้าน - การออกแบบ

 6.หลังคาแบบร่วมสมัย (MODERN & CONTEMPORARY)
เป็นหลังคาที่มีรูปทรงทันสมัย แตกต่างจาก 5 แบบข้างต้น และใช้วัสดุที่ทันสมัย ก่อให้เกิดรูปทรงแปลกตา แต่ต้องระวังเรื่องความร้อนและการรั่วซึมค่ะ
          การจะเลือก แบบหลังคา ใดให้บ้านของเรา นอกจากจะต้องคำนึงถึงรูปทรง ความสวยงามของบ้านแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความลาดชันของหลังคา และความคุ้มค่าของการกันแดดกันฝนด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ บ้านของเราก็จะมีทั้งหลังคาที่สวยงามและประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่าแล้วค่ะ :)

ที่มา : http://www.decorreport.com

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

"ฝ้า"จากวัสดุที่แตกต่าง...ตอบโจทย์ที่แตกต่างให้กับบ้าน”

 


ฝ้าเพดานเป็นแผ่นวัสดุที่ปิดพื้นที่บริเวณใต้หลังคาและใต้พื้นชั้นบนเพื่อป้องกันความร้อนใต้หลังคาและปิดซ่อนอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งวัสดุที่นำมาใช้ทำฝ้าเพดานนั้นก็มีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีจุดเด่น...จุดด้อยต่างกันไป ดังนี้

- ฝ้าทำด้วยไม้มีความแข็งแรงทนทาน สวยงามแบบธรรมชาติ แต่หายาก ราคาแพง ติดไฟง่าย มีปัญหาเรื่องปลวกและบิดงอง่ายถ้าคุณภาพไม่ดีพอ
- ฝ้าจากกระเบื้องแผ่นเรียบนั้นทนน้ำและความชื้นได้ดี แต่แตกง่ายและเมื่อแตกแล้วไม่สามารถซ่อมเฉพาะจุดได้ ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งแผ่น
- ฝ้าอลูมิเนียม ฝ้าชนิดนี้มีน้ำหนักเบา ทนน้ำและความชื้นได้ดี แต่ราคาแพงและกันความร้อนไม่ได้
- ฝ้ายิปซั่มบอร์ด เป็นฝ้าน้ำหนักเบา ทนไฟ สามารถฉาบปิดรอยต่อได้ แต่ไม่ทนน้ำ
- ฝ้าสมาร์ทบอร์ด ผลิตจากไฟเบอร์ซีเมนต์ เหนียวและแข็งแรงทนทาน ทนน้ำ ทนแดด และไม่มีปัญหาเรื่องปลวก สามารถใช้ได้ทั้งานภายในและภายนอก

ส่วนชาว”ตราช้าง”จะเลือกใช้แบบไหนนั้นคงต้องพิจารณาถึงความชอบ และความเหมาะของบ้านแต่ละหลัง ซึ่งเราก็มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำด้วยเช่นกันที่ โดยสามารถติดต่อมาที่ Scg Experience โทร 02-101-9922 หรือ http://www.scgexperience.co.th/th/contact.aspx ครับ